หาเรื่องอัพด้วยของกินอีกตามเคย ไปได้สูตรมาจาก นสพ.ฉบับหนึ่งค่ะ แต่ของเขาเป็นถั่วเหลือง ถั่วแดง และฟักทอง แต่ของเซย์ไม่ใส่ถั่วแดงค่ะ  เรื่องของเรื่องคือจะทำแบบเขานั้นแหละแต่ไม่มีถั่วแดง ใช้ของที่มีอยู่แล้วไม่ต้องไปซื้อเพิ่ม และอีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่อยากทำเต็มขั้นแบบเขา ก็เพราะเคยลองทำพุดดิ้งนมสดกับพุดดิ้งงาดำแล้ว แต่รสชาดออกมาไม่ถูกปากเท่าไหร่ อันนี้เลยทำแบบกล้าๆกลัวๆ แต่ผลมันออกมาดีนะเจ้าค่ะ เนื้อเนียน มีรสหวานมันของฟักทองจริงๆ  ^^  ลองดูกันสักหน่อย เผื่อใครอยากลองทำบ้าง

 

 

ส่วนประกอบ สำหรับ 3 ที่

นมถั่วเหลือง    180  มล. (ดีน่าสูตรงาดำหวานน้อยหนึ่งกล่องพอดี)

ฟักทอง          200 กรัม 

เจลาติน          2  ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

1. เจลาติน 2 ช้อนโต๊ะละลายในน้ำ

2. นำฟักทองไปต้มก่อน แล้วนำมาบดให้ละเอียด

3.นำหม้อตั้งไฟ ใส่นมถั่วเหลือง และฟักทองที่บดละเอียดลงไปเคี่ยว และยกขึ้นกรองเพื่อให้เนื้อพุดดิ้งของเราเนียน (ตรงขั้นนี้เนื้อฟักทองที่เราบดไม่ละเอียดจะติดตะแกรง เราก็เอาช้อนบี้ให้มันแหลกๆ จนไม่เหลือ) 

4. พอส่วนผสมเริ่มข้น ก็ใส่เจลาตินลงไป ตั้งไฟต่ออีก1-2 นาที แล้วนำมาพักไว้  พอเย็นตักใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วจับแช่เย็น

5. โรยหน้าด้วยเมล็ดทานตะวันอบ หรือจะเป็นฟักทองต้มชิ้นเล็กๆก็ได้ค่ะ  ที่นี้ก็ทานได้เลย

 

 

tips

 สูตรของเขาจริงๆส่วนผสมแต่ละอย่างจะใช้ 2 ถ้วย และเพิ่มนมสดชนิดจืดอีก 2 ถ้วย ส่วนเจลาตินจะใช้ 4 ช้อนโต๊ะค่ะ ส่วนถั่วแดงตามสูตรเอาไปกวนแล้วมาโปะหน้าที่หลัง

 สูตรที่ไม่ใส่น้ำตาลเพราะฟักทองมันหวานในตัวอยู่แล้ว และนมถั่วเหลืองที่ใช้ก็เป็นสูตรหวานน้อยอยู่แล้วเลยไม่เติมรสค่ะ

 

 

 

วันอาทิตย์ไปสระบุรีมาค่ะ ไปดูทานตะวันบานแต่ว่า มันไม่เหมือนอย่างที่คิด เซย์เข้าใจว่ามันเหลืองสวยตลอดสองข้างทางแต่ที่ไปเนี่ยมันมีเป็นหย่อมๆ แบบไร่ใครไร่มันและดอกทานตะวันมันก็ดอกเล็กด้วยสิ ไม่รู้ว่าไปผิดแหล่งหรือเปล่าเลยไม่ค่อยเห็นที่มันสวยๆ  ไปดูรอยพระพุทธบาทค่ะ เคยไปมาครั้งหนึ่งตอนช่วงประถม ( นานมากกกก) ตอนนั้นวัดยังบูรณะอยู่เลยไปครั้งนี้สวยปิ๊งเลยละ 

เสร็จแล้วก็เลยไปเขื่อป่าสักฯ แอบผิดหวังเล็กๆเพราะคิดว่ามันจะสวยกว่านี้  พอจิดรถลงไปก็เจอร้านค้าเป็นส่วนใหญ่ มันบังทัศนียภาพชอบกล แถมของที่ขายก็เป็นของที่ไม่ได้เด่นมาก ขายกันแต่กิ๊ฟดอกทานตะวันกับกระเป๋าสานตามตลาดนัดเพียงแต่ติดดอกทานตะวันลงไป ความคิดส่วนตัวน่ะ คิดว่าควรมีร้านค้าของotopไว้สักส่วนหนึ่ง อย่างน้อยเขื่อก้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดไปแล้ว ก็เอาของเด่นของจังหวัดมาตั้งขายก้ไม่เสียหายอะไร

ที่สนุกก็คือ ให้อาหารฝูงปลาในเขื่อนแหละ  ตอดอาหารเม็ดกับขนมปังกันแบบว่าหย่อยลงไปปุ๊บหายในทันตา ต้องเข้าใจว่าที่นี่ขนมปังมันเป็นแถวยาวๆ เหมือนฮอกดอกแต่ยาวกว่าเยอะ ไม่ใช่ขนมปังหัวกะโหลกเหมือนหลายๆที่ และที่นี่พอเราจะโยนลงน้ำก็ควรจะฉีกให้มันเล็กๆ พอดีปากปลาแต่ที่ทำให้ทั้งคนทั้งปลาเอ๋อไปตามๆกันก็คือ ครอบครัวเซย์ กับอีกครอบครัวหนึ่งกำลังให้ขนมปังกับปลาอยู่  อยู่ดีๆมีใครก็ไม่รู้โยนขนมปังมาทั้งแท่ง = = ' คนแปลกใจพอว่า ปลายังช็อคเลยล่ะ ก็ตอนนั้นเหล่าฝูงปลายังกิยอาหารกันอยู่แบบสบายๆ แต่พอขนมปังแท่งนั้นกระทบน้ำ ....ปลานิ่งเจ้าค่า ไม่ตอดกินกันเลย จนสักครู่กนึ่งมีปลากล้าตายลองตอดดู พอเห็นเจ้าตัวนี้กิน ตัวอื่นเลยกินตาม  คราวหน้าคราวหลังทำอะไรเกรงใจน้องปลาด้วยนะค่ะ มันกินลำบากเน้อ ~

ส่วนการเดินทาง ...อืม~ อยากบอกว่าป้ายมันหลอกลวง!!!! ก็ตอนออกจากวัดพระพุทธบาทขับไปสักพักก็เห็นป้ายเขียวอันใหญ่ ขับไปเรื่อยๆจากป้ายเขียวก็กลายเป็นขาวขนาดมาตรฐานริมทาง  และพอขับไปอีกจากป้ายขาวมาตราฐานมันกลายเป็นป้ายขาวขนาดคล้ายที่นิยมแปะบอกทางเวลาจัดงานแต่ง แถมที่ระทึกมากๆก็คือ ทางที่บอกน่ะตอนแรกก็ถนนเรียบแต่พอขับตามป้ายไปเรื่อยๆมันมีแต่หลุมน่ะสิคู๊ณ!! บางจุดนี้สุดๆไปเลยต้องย่อมจริงๆเพราะมันไม่มีทางหลบเลยล่ะค่ะ ส่วนตัวยังคิดเลยว่า เขื่อนมันก็เพอิ่งสร้างเสร็จไม่กี่ปีอีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว  เส้นทางมันน่าจะดีกว่านี้ไม่ใช้เหรอ ....พอไปถึงเขื่อนจึงถึงบางอ้อ  OMGมันมีอีกทางค่ะคู๊ณ!!! งงกันทั้งคันมาตามป้ายไปเขื่อนมันบอกทางนี้ ส่วนทางดีๆมันไม่ได้บอกว่าไปเขื่อน  สรุปการเดินทางครั้งนี้นั่งรถสนุกมาก ของติดมือก็เพียงทานตะวันคั่ว กับทานตะวันอบเกลือแกะเปลือก

Comment

Comment:

Tweet

พุดดิ้งน่ากินมากเลยๆ > <

น่าลองเอาไปทำมั่งจัง อิอิ

#3 By PinkApple ™ on 2009-12-22 16:35

อ้ะ...อ้ะ ป้ายบอกทางช่างเจ๋งจริง...
มันเป็นป้ายให้คิดทบทวนว่า
จะเชื่อแล้วขับตามดีไหมแหงๆค่ะ

แหะๆ อยากไปไร่ทานตะวันเหมือนกันค่ะ แต่...
ฉันไปก็คงได้แต่ยืนดูรอบนอก...
แพ้อ่ะ คันค่ะ...

อ้ะ พุดดิ้งฟักทองยังไม่เคยกินเลยค่ะ

น่ากินจัง....surprised smile
น่ากิ๊น น่ากิน ขอบคุณวิธีทำค่ะcry cry cry

#1 By on 2009-12-16 22:20