Bigbag .. แล้วยังไง

posted on 10 Nov 2011 16:41 by saya in Diary
* เราขอเกริ่นไว้ก่อนเลยนะคะว่า เราไม่เข้าข้างฝ่ายใดทั้งสิ้น แต่ที่เราจะเขียนต่อไปนี้เป็นความรู้สึก + ความเครียดของผู้ประสบภัยคนหนึ่งคะ
 
 
บ้านเราน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. แล้วน้องน้ำก็สูงขึ้นเรื่อยๆเกือบอาทิตย์ ต่อจากนั้นน้องน้ำก็เริ่มทรงตัว และยังคงมีคนอยู่ในหมู่บ้านบนตึกของโรงเรียนซึ่งสามารถจุได้พอสมควร เราเลยได้รับรู้สถานการณ์น้ำตลอด พอเมื่อกลางถึงปลายอาทิตย์ที่แล้วน้องน้ำเริ่มลดระดับลงเรื่อยๆ วันละ 3-5 เซนติเมตร ซึ่งเราดีใจมากกกกก อยากกลับไปบ้านใจจะขาดอยู่แล้ว แต่!! หลังจากมีการวาง กระสอบทรายยักษ์ (Big Bag) เสร็จ วันแรกน้องน้ำทรงตัวไม่ลดไม่เพิ่ม แต่พอเข้าวันที่สอง น้องน้ำก็เริ่มสูงขึ้นและจนถึงวันนี้น้องน้ำก็ยังขึ้นมาเรื่อยๆ 
 
 
 
(หมู่บ้านเราอยู่ตรงที่เป็นส่วนสีเขียว ใต้คำว่าแนวกรัสอบทรายยักษ์คะ)
 
 
 
หมู่บ้านเราโดนน้ำเข้าท่วม 2 ทางคะ ทางแรกจากด้านหลังหมู่บ้านติดทางรถไฟ (แต่น้ำส่วนนี้ได้ทรงตัวและไม่ไหลเข้าหมู่บ้านมาก่อนการวาง Bigbag และปัจจุบันนี้ก็ไม่ไหลเข้าเช่นกัน) ทางที่สองเข้ามาจากทางหน้าหมู่บ้านซึ่งติดกับถนนพหลโยธินที่ตัดกับถนนวิภาวดี-รังสิต (น้ำส่วนนี้ทรงตัวตลอด ก่อนค่อยๆลดลง และกลับมาไหลเข้าหมู่บ้านอีกครั้งเมื่อวาง Bigbag เสร็จ) 
 
ตอนแรกเราคิดว่าถุงเจ้าปัญหานี้จะวางเลียบทางรถไฟอย่างเดียว เพราะตอนนั้นข่าวหรือสื่อต่างๆ แม้แต่หน่วยงานของรัฐก็ไม่มีความชัดเจนเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งมันเสร็จแล้วถึงได้รู้ว่า หมู่บ้านที่ตัวเองอยู่อาศัยมาทั้งชีวิต ถูกบังคับให้กลายเป็นแก้มลิง!! และที่น่าเครียดและน่าฆ่ามากกก ก็คือ ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าจะระบายน้ำส่วนนี้ไปทางไหน บางกระแสบอกว่าจะให้ไหลไปลงคลองสองสายไหม ซึ่งเราคิดว่ามันไม่ใช่ทางน้ำโดยธรรมชาติ แล้วมันไม่ใช่แนวดิ่งแต่เป็นแนวขนาน น้องน้ำจะไหลไปได้ยังไงถ้ามันไม่มีเครื่องสูบช่วย (และถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนเลยว่ามีการเดินหน้าสูบน้ำหรือแก้ปัญหาทางใดๆหรือยัง)
 
 
เรารู้สึกน้อยใจนะคะ เพราะจุดประสงค์ในการวาง bigbag คือการชะลอน้ำเข้ากทม. แต่ในความเห็นของเรา เราคิดว่ามันแทบจะเป็นการกั้นน้ำมากกว่าชะลอน้ำ น้ำหลังแนวลดลงเรื่อยๆ แต่คนที่อยู่ในแนวกลับเพิ่มเรื่อยๆ ไม่มีใครสนใจหรือคิดจะช่วยระบายน้ำ มีแต่การบังคับให้ต้องยอมรับน้ำทีไม่มีใครต้องการ และอีกประการมีบางกระแสบอกว่าจะสูบน้ำตรงสนามบินเข้าแนวนี้ด้วย
 
 
ถ้าจะมองว่าการต้องกลายเป็นแก้มลิงแบบจำยอมเป็นการเสียสละล่ะก็ ถ้าเป็นไปได้คนที่คิดแบบนั้นลองให้มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ดูบ้างไหมคะ เราเองก่อนน้ำท่วมเราก็ไม่คิดว่าบ้านเราจะโดน แต่พอกลายมาเป็นผู้ประสบภัย เราเข้าใจคนที่เคยเจอมาก่อนอย่าง นครสวรรค์ อยุธยา ลพบุรี ฯลฯ มันเครียด เครียดมากก วันๆตื่นขึ้นมาไม่ต้องทำอะไรกันเลย นั่งมองหน้ากัน ดูน้ำ เช็คระดับน้ำ ลุ้นว่าทางการจะทำให้น้ำลดอย่างไร  การเสียสละแบบนี้ไม่มีใครต้องการหรอกคะ บ้านไหนที่น้ำไม่ท่วม จะมีสักที่คนที่มานั่งคิดว่าที่บ้านเขาเหล่านั้นไม่ท่วมเพราะคนแถวปทุมฯที่ติดแนวกทม.กลายเป็นแก้มลิงรับน้ำให้เขาอยู่ ราคาบ้านไม่ใช่บาทสองบาท คนที่น้ำไม่ท่วมจะยอมออกเงินปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้เขาไหมละคะ ในเมื่อเขาต้องเสียสละให้แล้ว เป็นกลุ่มคนที่น่ายกย่องและควรจะได้อะไรตอบแทนบ้าง เราว่าแบบนี้ไม่มีหรอกคะ อย่างมากก็แค่คำพูดที่ออกจากปากแล้วมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมา
 
 
 
อีกอย่างที่เราคิดว่าตลอดก็คือ ถ้ากทม.ไม่ใช่เมืองหลวง จะมีการวางbigbagขวางน้ำหรือไม่ เรารู้สึกว่าเมืองกลุ่มคนแถวนี้ที่ต้องรับน้ำอยู่เหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง กักเอาไว้เพื่อให้ส่วนหนึ่งรอด โดยส่วนที่ถูกกักยังไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร อีกอย่างเราก็ยังเห็นอยู่ว่าน้ำมันก็ยังไหลเข้ากรุงเรื่อยๆ เมื่อมันควบคุมไม่ได้แบบนี้แล้ว ก็ปล่อยมันไปจะดีกว่าไหม ให่มันไหลออกทะเลไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องไม่กั้นให้มันเปลืองเงินเปลืองเวลา เพราะเชื่อเถอะว่าคนที่อยู่ในแนว ไม่มีใครเขายอมรับน้ำหรอกคะ เดี๋ยวก็ไปพังให้น้ำมันไหลออกมาเข้ากรุงอยู่ดี ถ้าจะบอกว่ากทม.เป็นศูนย์กลาง เราไม่เถียง แต่การแก้ปัญหามีต้องหลายวิธีไม่ใช้ทำให้คนหนึ่งสบายโดยการผลักภาระให้คนอื่น อีกอย่างพวกนิคมฯต่างๆตามต่างจังหวัดก็สำคัญไม่แพ้กัน แล้วทำไมไม่เอา bigbag ไปกั้นบ้างล่ะ? หรือเพราะว่าไม่ใช่เขตเมืองหลวงก็เลยไม่ต้องกั้น พอเป็นเขตเมืองหลวงแล้วค่อยกั้นกันหรือคะ?  
 
 
   
มันอาจจะเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว แต่เราคิดว่าปล่อยน้ำไปดีกว่ากั้นน้ำไว้ อย่างน้อยอะไรๆมันจะได้ดีขึ้น การฝืนธรรมชาติมีแต่ทำให้แย่ลง สู้ปล่อยให้ไหลไปเสียดีกว่า ก็ในเมื่อกทม.ประตูระบายน้ำก็เยอะเครื่องสูบก็มี บางคลองก็ยังรับน้ำได้อีกเยอะ ถือเสียว่าเป็นการช่วยคนที่ต้องมาแบกรับภาระที่ไม่ต้องการแทนพวกคุณก็แล้วนั้น ถ้าเป็นอย่างที่นักวิชาการท่านหนึ่งพูดว่า bigbag จะกั้น/ชะลอน้ำได้แค่ 7 วัน แล้วมันก็จะไหลทะลักแนวออกมาตามที่ควรจะเป็น ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดี น้ำที่บ้านจะได้ลด ๆม่ต้องมานั่งเครียด ร้องไห้จนจะกลายเป็นคนบ้าอยู่แล้ว
 
 
 
ปล. comment ได้ตามสะดวกแต่ไม่เอาการเมืองนะ ขอความคิดเห็น หรือว่าเราเข้าใจอะไรผิดไปก็ช่วยบอกด้วยนะคะ

Comment

Comment:

Tweet