Knowledge

 
เอนทรีนี้ควรจะเขียนนานแล้ว (สอบเสร็จตั้งแต่เดือนเมษานู้น~ แต่ไปเมามันกับอะไรอยู่ก็ไม่รู้~ ) 
ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ของเซย์ล้วนๆ อยากบอกว่า "ไม่ต้องเครียด"  จริงๆนะ มันก็เหมือนตอนที่สอบข้อเขียน
แต่แทนที่เราจะเขียนก็เป็นการใช้คำพูดแทน ที่สำคัญถ้าคุณมาทางสายอาชีพนี้มันก็ต้องกล้าพูดเป็นธรรมดา
 
 
-  จะสอบปากเปล่าได้ แน่นอนต้องผ่านการสอบภาคทฤษฎี ฝึกงาน และสอบภาคปฏิบัติ
-  คุณจะได้รับจดหมายน้อยๆ ที่ระบุคะแนนสอบ กำหนดการสอบปากเปล่า  แต่...ดูในเวปก็ได้ไวกว่าเยอะ
-  ตอนนี้  คุณก็จะมีเวลา ลัลล้า เตรียมตัว 3 อาทิตย์
-  เอาเข้าจริง คุณจะมาจับหนังสือก็ตอนเหลือเวลา 3-4 วัน
-  ไม่ต้องอ่านอะไรมาก แค่ประมวลก็พอ
-  เน้นในส่วนที่เอามาปฏิบัติเยอะหน่อย
-  แต่...บางกระแสบอกให้ดูจากหัวข้อการสอบปฏิบัติเป็นแนว
-  และ...บางกระแสก็บอกให้ดูข้อสอบของตั๋วปีด้วย 
-  ทั้งนี้ทั้งนั้น เสียงลือเสียงเล่าอ้างทั้งหลายมักไม่ตรง
-  ดังนั้นเชื่อมั่นตัว พึ่งตัวเองดีที่สุด  แน่นอน "ดวง" ด้วย
 
 
 
 

-  สอบที่ อิมแพคเมืองทองธานี ใครไปไม่ถูกศึกษาแผนที่ด้วย
-  ลงทะเบียน 8.00-8.30 น. คำนวนเวลาในการเดินทางให้ดี
-  จนท. อาจยืดหยุ่นให้บ้าง แต่ยังไงอย่ามาเกิน 9.00 น.
-  เอาบัตรประจำตัวสอบไปด้วย ของสำคัญเชียวล่ะ
-  ฝากมือถือไว้ตอนลงทะเบียน  ( ที่จริงถ้าเอาเข้าไปก็ไม่มีใครรู้หรอก แอบเห็นบางคน - -  )
-  เข้าไปนั่งเก้าอี้ให้ถูกตัว มีชื่อแปะอยู่เรียบร้อย
-  ถ้านั่งผิด...ที่จริงก็ไม่มีอะไร เว้นแต่คุณจะหน้าแตกเมื่อเจ้าของที่ตัวจริงมาเท่านั้นเอง~ 
-  คกก. คุมสอบ จะมากล่าวอะไรเล็กน้อย มีขู่ให้จิตตกบ้าง อย่าไปใส่ใจ
-  เอกสารสำคัญสุดๆ  "ใบประเมิน" ดูชื่อให้ถูกว่าเป็นชื่อเราหรือไม่ เพราะมันมีผลต่อการผ่าน ไม่ผ่าน
-  ระหว่างรอเรียกตัว ก็กรอกเอกสารให้ครบ นอกนั้นอยากทำอะไรทำ ยกเว้นเดินออกนอกห้อง
-  อารมณ์ตอนนี้เหมือนถูกขังมากกกก
-  ถ้าไม่ให้ออกแล้วห้องน้ำล่ะ  ไม่ต้องห่วงห้องรอสอบมีห้องน้ำในตัว
-  แล้วถ้าหิวล่ะ... ขนมปัง ชา กาแฟ มีอยู่หลังห้อง บริการตนเองเต็มที่!!
 
 
 
-  ณ จุดนี้จะเห็นคนกลุ่มหนึ่งลุกไปหาอะไรกิน กลับอีกกลุ่มหนึ่งเข้าโหมดซีเรียส
-  หันซ้ายหันขวา ไม่กางประมวล / ชีท / หนังสือต่างๆ ก็จับกลุ่มเกร็ง เก็ง
-  มองไกลออกไปอีกนิด บางคนกลายร่าง เริ่มเกาะผนังแล้ว
-  ห้องอันหรูหรานี้ ก็เข้าสู่ความเงียบ.....
-  และคุณจะรู้สึกว่า แอร์มันช่างเย็นเหลือเกิน
-  แต่มันจะหนาวเหน็บมากกกก  ถ้าคุณเป็นแถวแรกที่ถูกเรียก !!
-  ความกังวลจะลดลง 1% เมื่อคนนั่งข้างๆเป็นเพื่อนของคุณ
-  ดังนั้นตอนสมัครสอบ ลากมันไปกันเยอะ
-  และต้องแน่ใจว่ามันต้องผ่านพร้อมๆกับคุณ
-  รึไม่ก็... ผูกสัมพันธไมตรีกับคนข้างๆ
-  เว้นแต่จะเป็นบุคคลที่สมองส่วนลึกของคุณแปลความว่า ไม่ควรข้องเกี่ยวเป็นอย่างยิ่ง
-  ถ้าเป็นแบบนั้น คุณก็...นั่งสงบๆคนเดียวล่ะกัน
 
 

-  เวลาผ่านไปนานเข้า ความกังวลจะลดลง (ขึ้นกับแต่ละคน)
-  หัวข้อสนทนาก็เริ่มห่างจากการสอบไปทุกที
-  เสียงจาน เสียงแก้ว ก็หยุดลงเช่นกัน  (อิ่มกันแล้วสินะ)
-  ระหว่างคุณทอดอารมณ์เพลินๆ  (เรอะ!!)
-  ภาพที่ส่งผ่านสายตาจะฟ้องว่า ใกล้ถึงตาคุณแล้ว
-  ชีพจรคุณจะเต้นรัวเหมือนเป็นจังหวะแซมบ้าเมื่อแถวข้างหน้าถูกเรียกไปแล้ว
-  และหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อถึงแถวที่คุณนั่ง
-  เดินเรียงแถวอย่างช้าๆ รีบเร่งเข้าโรงเชือด - - +
-  ไปถึงทางเชื่อมของ 2 ห้อง จะมีเก้าอี้งามๆให้นั่งรอประมาณ 20 ตัว
-  เว้นแต่คุณจะเป็น 3 คนแรกของแถว กก.จะจับคุณยืนติดประตูทันที
-  ซึ่งจะกดดันกว่าคนอื่นเพราะเห็นบรรยากาศการสอบอย่างชัดเจน
 

 
-  ถึงตอนนี้ อารมณ์จะแปรปรวนยิ่งกว่าปรากฎกาณ์เอลนิโย่ ~
-  แต่อย่างไร คุณก็ต้องเดินไปหากก.สอบอยู่ดี
-  จะได้สอบกับกก.คนไหน แล้วแต่ดวงเลยล่ะ โต๊ะไหนว่างเขาก็จะเรียกเข้าไปเอง
-  เมื่อถึงโต๊ะ แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนด้วยการไหวทั้ง 2 คน
-  ส่งเอกสาร "ใบประเมิน" และแจ้งชื่อ
-  กก. บางคนจะหาเรื่องมาพูดให้ใจเย็นลง แต่บางคนก็จัดหนักไปเลย
-  เมื่อพร้อม หยิบกระดาษคำถามตรงหน้า แล้วตอบเรียงข้อ
-  คุณจะยิ้มถ้าเป็นเรื่องที่คุณเตรียมพร้อมมา  หรือไม่ก็จิตตกถ้าคุณไม่ได้ทำแบบนั้น
-  ถึงอย่างนั้น จงตั้งสติ ค่อยรวบรวมข้อมูลแล้วตอบออกมา  กก. ไม่เร่งคุณหรอก
-  ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตอบไปตรงๆ ไม่ต้องเจาะลึก
-  ถ้าถูกก็เปลียนข้อ ถ้าไม่ กก.จะพยายามใบ้แบบอ้อมๆ
-  แต่กก.บางคน พอคุณตอบถูก ก็จะถามแบบเจาะลึกต่อไป
-  ขึ้นกับความสามาถของคุณแล้วล่ะ
 
 
 
-  ถ้าผ่านคุณก็แค่เดินออกมาด้วยสีหน้าเบิกบานใจ
-  แต่ถ้าไม่ คุณจะถูกส่งไป "ห้องสอบพิเศษ" แล้วสอบกับ กก. 5 คน
-  ซึ่งจะเป็นคำถามเดิม หรือ คำถามใหม่ อันนี้ก็แล้วแต่ดวง
-  แต่ยังไง ก็ผ่านหมดทุกคนนั้นแหละ
-  เว้นแต่ คุณจะไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้
-  คุณจะเริงร่าได้เดี๋ยวเดียว เพราะว่า...
-  ต้องควักแบงก์ 500 ออกมาเพื่อจ่ายค่าประกาศนียบัตร
-  และความดีใจเมื่อครู่จะหายไป 20% ถ้าคุณลืมไปรับมือถือที่ฝากไว้
-  และอีก 50% ถ้าคุณลืมล้างบัตรจอดรถ
-  ดังนั้น จงดีใจอย่างมีสติ
-  แล้วพบกันอีกที่ในวันอบรม ~
 
 
* ใบประเมิน  =  จะเป็น A4 แผ่นเดียวมีชื่อ เลขประจำตัวสอบของเราอยู่ เขาจะส่งมาจากหัวแถวตอนหยิบดูชื่อตัวเองด้วย เพราะเป็นใบที่ กก. ต้องแสดงผลว่าเราผ่านหรือไม่
 
* ห้องพิเศษ  =  เหมือนห้องเย็นของเนติ สำหรับผู้ที่สอบปากเปล่าไม่ผ่าน เขาจะให้โอกาสอีกครั้งหนึ่ง
 
 
เซย์สอบรุ่นที่ 36 ตัวคำถามมี 3ข้อ  (ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา ในวันไต่สวนมูลฟ้อง ผู้ต้องหามีสิทธิอย่างไร  /  การปิดหมาย  /  ทนายความชาย-หญิงแต่งกายอย่างไร)  คำถามไม่ยากคะ แต่ที่หลายคนใช้เวลานาน คงไม่พ้นแรงกดดันจากตัวเอง เซย์เองตอนเดินเข้าไปเหมือนหุ่นยนต์เลยล่ะ มือนี้เย็นเฉียบเลย แต่ก็ถือว่าโชคดีเพระได้กก.ใจดี เหมือนเราไปนั่งฟังเขาเสียมากกว่า คุยเรื่องอื่นกันเยอะ เวลาตอบก็แค่ะวลีสั้นๆเอง อารมณ์เหมือนไปหาหมอแล้วนั่งรอเวลาตรวจ รอน๊าน~นาน พอถึงคิวหมอตรวจแป็บเดียวก็ไล่ไปจ่ายตังละ

 
อยากบอกว่าห้องหรูมาก แต่ด้วยบรรยายกาศมันเลยดูมัวๆชอบกล ของว่างที่จัดให้รสชาติโอเคในระดับหนึ่ง มีให้เลือกทั้ง แซนวิชแฮมชีส ครัวส์ซอง พาย(อะไรสักอย่าง) เครื่องดื่มก็แล้วแต่เลือกคะ ชา กาแฟ น้ำเปล่า  เรานั่งคนละแถวกันเพื่อน แต่ก็ได้เพื่อนใหม่มาสองคน แรกๆก็แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ไปๆมาๆกับคุยเรื่องอื่นกันหมด อารมณ์เหมือนรู้จักกันมานาน 555 แต่พอเหลืออีก 2-3 แถวข้างหน้า หลังจากนั่งรออยู่เกือบ 2 ชั่วโมง  ก็เข้าโหมดจำศีลกันหมดเลย ตอนลุกเดินไปห้องสอบยังหันหน้าบอกกันเลยว่า เอาให้ผ่านนะ ( เป็นคำพูดคลาสิก แต่ตอนนั้นมันเหมือนทหารไปออกรบเลย) ออกแนวให้กำลังใจเพื่อนและตัวเองสุดๆเลย
 
 
ผล... ผ่านค่า!!!!
 
 
แต่...เพียงเท่านี้คุณยังไม่ได้ตั๋วทนายนะคะ!  ต้องเข้าอบรมแล้วรอการอนุมัติด้วย 
ใครอยากรู้ตามต่อเอนทรีหน้า ...
 
 
  
ปล. ข้อสำคัญสุดอย่าลืมล้างบัตร ไม่อย่างนั้นคุณจะช็อคกับค่าจอดรถแน่ๆ